เมื่อมีทริปเที่ยว ต้องเดินทางไปทำงาน หรือมีธุระที่ต้องค้างคืนหลายวัน หนึ่งในเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงที่สุดคงหนีไม่พ้นคำถามว่า “จะให้ใครดูแลน้องแมวดี?” หลายบ้านจึงเริ่มเปรียบเทียบระหว่างการ ฝากแมวที่โรงแรมแมว กับการจ้าง Cat Sitter มาดูแลน้องที่บ้าน
ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกันค่ะ Cat Sitter ช่วยให้น้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ขณะที่โรงแรมแมวที่มีมาตรฐานมีข้อได้เปรียบเรื่องทีมดูแล สถานที่ที่ออกแบบสำหรับแมว ความน่าเชื่อถือที่ตรวจสอบได้ และความสะดวกในการจัดการเรื่องต่าง ๆ ระหว่างที่เจ้าของไม่อยู่
หากคุณให้ความสำคัญกับการมีผู้ดูแลประจำสถานที่ การตรวจสอบรีวิวก่อนจอง และไม่ต้องเปิดบ้านให้บุคคลภายนอกเข้ามาพักอาศัย เราแนะนำโรงแรมแมวที่มีพี่เลี้ยงประจำเป็นตัวเลือกแรก โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางหลายวัน และน้องแมวที่สามารถปรับตัวกับสถานที่ใหม่ได้ค่ะ
โรงแรมแมวและ Cat Sitter ต่างกันอย่างไร?
โรงแรมแมว คือสถานที่รับฝากแมวระหว่างที่เจ้าของไม่สะดวกดูแล โดยมีห้องพักและพี่เลี้ยงช่วยจัดอาหาร เปลี่ยนน้ำ ทำความสะอาด และดูแลกิจวัตรประจำวัน รายละเอียดเรื่องเวลาที่มีพนักงานอยู่ การออกมาเล่น และการอัปเดตเจ้าของจะแตกต่างกันไปในแต่ละแห่ง
Cat Sitter คือผู้ดูแลที่เข้ามาดูแลน้องแมวในบ้านของเจ้าของ มีทั้งแบบแวะมาตามรอบ แบบอยู่หลายชั่วโมง และแบบค้างคืน ข้อดีสำคัญคือน้องได้อยู่ในพื้นที่ที่คุ้นเคย ส่วนระยะเวลาที่มีคนอยู่ด้วยและขอบเขตการดูแลขึ้นอยู่กับบริการที่ตกลงกัน
การเปรียบเทียบจึงควรดูให้ชัดว่า Cat Sitter ที่กำลังพิจารณาเป็นแบบใด เพราะบริการแวะมาดูแลเป็นรอบกับบริการค้างคืนมีทั้งระดับการดูแล ค่าใช้จ่าย และการเตรียมบ้านที่แตกต่างกันค่ะ

ตารางเปรียบเทียบโรงแรมแมว vs Cat Sitter
ตารางนี้ใช้โรงแรมแมวที่มีพี่เลี้ยงอยู่ในสถานที่ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นตัวอย่าง ซึ่งควรสอบถามและตรวจสอบรายละเอียดกับแต่ละแห่งก่อนจอง
เรื่องที่ควรเปรียบเทียบ | โรงแรมแมวที่มีพี่เลี้ยงประจำ | Cat Sitter ดูแลที่บ้าน |
|---|---|---|
ความน่าเชื่อถือ | โรงแรมที่ดำเนินกิจการต่อเนื่องมักมีรีวิวสาธารณะ รูปสถานที่ และข้อมูลบริการให้ตรวจสอบได้หลายช่องทาง | ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ บางรายมีรีวิวและประวัติชัดเจน แต่บางรายอาจมีข้อมูลสาธารณะจำกัด |
ช่วงเวลาที่มีคนอยู่ | มีพี่เลี้ยงอยู่ในสถานที่ทั้งกลางวันและกลางคืน | แบบรายครั้งอยู่เฉพาะรอบที่จ้าง ส่วนแบบค้างคืนต้องตกลงเวลาที่อยู่จริง |
ความคุ้นเคยของน้อง | ต้องปรับตัวกับห้องพัก กลิ่น และผู้ดูแลใหม่ | ได้อยู่ในบ้านและใช้พื้นที่เดิมแต่ก็ต้องปรับตัวกับผู้ดูแลคนใหม่ |
อาหาร น้ำ และกระบะทราย | ทีมดูแลตามรอบและรายละเอียดที่ตกลงไว้ | ผู้ดูแลจัดการตามรอบที่เข้าบ้านและขอบเขตงานที่จ้าง |
อาหารและทรายสำรอง | โรงแรมที่มี Pet Shop สามารถช่วยจัดหาเพิ่มเติมได้ | ต้องเตรียมของให้เพียงพอ หรือกำหนดวิธีจัดซื้อเพิ่มเติมกับผู้ดูแล |
การติดตามน้อง | บางแห่งมีกล้องในห้องพักและส่งภาพอัปเดต | ขอภาพอัปเดตจากผู้ดูแล และใช้กล้องที่บ้านได้หากมี |
ความเป็นส่วนตัวของบ้าน | ไม่จำเป็นต้องให้บุคคลภายนอกเข้าพักอาศัยในบ้าน | ต้องมอบสิทธิ์เข้าบ้าน และแบบค้างคืนต้องจัดเตรียมพื้นที่ใช้ชีวิตให้ผู้ดูแล |
การมีคนสำรอง | ควรเลือกแห่งที่มีทีมและแผนส่งต่องานชัดเจน | ควรตกลงผู้ดูแลสำรองหากผู้รับงานหลักมาไม่ได้ |
ค่าใช้จ่าย | ดูค่าห้อง จำนวนแมว สิ่งที่รวม และบริการเพิ่มเติม | ดูจำนวนครั้งหรือชั่วโมง ค่าเดินทาง จำนวนแมว และบริการเพิ่มเติม |
8 เหตุผลที่การฝากแมวในโรงแรมเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า
1. ความน่าเชื่อถือที่ตรวจสอบได้จากหลายช่องทาง
การต้องฝากน้องแมวไว้กับใครสักคน สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการคือความมั่นใจว่าผู้ดูแลมีประสบการณ์จริง และสถานที่หรือบริการนั้นได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าคนอื่นมากน้อยเพียงใด
โรงแรมแมวที่เปิดดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องมักมีข้อมูลให้ตรวจสอบได้ค่อนข้างครบ เช่น รีวิวบน Google Maps เว็บไซต์ทางการ รูปภาพสถานที่จริง เพจ Facebook หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย รวมถึงประสบการณ์ของลูกค้าที่เคยใช้บริการ คุณพ่อคุณแม่จึงสามารถเปรียบเทียบรีวิวจากหลายแหล่ง ดูความสม่ำเสมอของความคิดเห็น และตรวจสอบว่าบริการตรงกับสิ่งที่โรงแรมนำเสนอหรือไม่
ในทางกลับกัน การหา Cat Sitter รายบุคคลอาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบมากกว่า โดยเฉพาะผู้ดูแลที่รับงานส่วนตัวและยังไม่มีโปรไฟล์สาธารณะหรือรีวิวจำนวนมาก บางรายอาจมีเพียงการแนะนำแบบปากต่อปาก ทำให้เจ้าของต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ประสบการณ์ดูแลแมว ผู้รับรอง รีวิวจากลูกค้าเก่า และวิธีรับมือเหตุฉุกเฉิน
ทั้งนี้ Cat Sitter มืออาชีพที่มีประวัติการทำงาน รีวิวบนแพลตฟอร์ม และข้อมูลอ้างอิงชัดเจนก็สามารถมีความน่าเชื่อถือสูงได้เช่นกันค่ะ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่าผู้ดูแลรายบุคคลไม่น่าไว้ใจ แต่คือ โรงแรมแมวที่มีระบบและรีวิวสาธารณะครบถ้วนช่วยให้เจ้าของตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจได้สะดวกกว่า
ที่ Everyday Cat Hotel เรามีคะแนนรีวิว Google 5/5 และประสบการณ์ดูแลน้องแมวมากกว่า 1,000 ตัว คุณพ่อคุณแม่สามารถดูรีวิวและภาพสถานที่จริงก่อนตัดสินใจฝากน้องได้ค่ะ

2. มีผู้ดูแลอยู่ในสถานที่ระหว่างที่คุณเดินทาง
ข้อดีที่ชัดเจนของโรงแรมแมวที่มีพี่เลี้ยงประจำคือ มีคนอยู่ในสถานที่ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน จึงสามารถจัดรอบดูแลและเข้าตรวจดูน้องเมื่อได้รับแจ้งหรือสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติได้ โดยควรสอบถามวิธีดูแลช่วงกลางคืนและจำนวนพี่เลี้ยงประกอบด้วย
สำหรับ Cat Sitter แบบแวะมาดูแล หลังจบรอบงานน้องจะอยู่บ้านตามลำพังจนถึงรอบถัดไป หากคุณอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ การมีทีมอยู่ใกล้น้องจึงเป็นข้อได้เปรียบด้านการประสานงานที่น่าพิจารณาค่ะ
ส่วน Cat Sitter แบบค้างคืนสามารถเพิ่มเวลาที่มีคนอยู่กับน้องได้ แต่ควรตกลงให้ชัดเจนว่าอยู่บ้านช่วงเวลาใด สามารถออกไปทำธุระได้หรือไม่ และหากมีเหตุฉุกเฉินจะติดต่อใครได้บ้าง
ทั้งนี้ การมีพี่เลี้ยงอยู่ 24 ชั่วโมงหมายถึงมีคนประจำสถานที่ ส่วนการเฝ้าดูน้องแต่ละตัวเป็นไปตามรอบและรูปแบบบริการ ควรถามรายละเอียดให้ตรงกับความต้องการของน้องก่อนจอง
3. มีพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับการพักของแมว
โรงแรมแมวที่ใส่ใจการออกแบบจะมีห้องพักส่วนตัว พื้นที่พักผ่อน และการจัดวางของใช้ให้เหมาะกับการดูแลน้อง คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกขนาดห้องตามจำนวนแมวและความเหมาะสมได้
สิ่งที่ควรมองหาคือห้องที่สะอาด มีพื้นที่ให้พักหรือหลบอย่างสบาย ป้องกันการหลุดออกจากพื้นที่ และแยกแมวต่างบ้านออกจากกัน รวมถึงพี่เลี้ยงที่ให้น้องค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยโดยไม่บังคับให้เข้าสังคม
สำหรับเจ้าของที่ต้องการให้เรื่องห้องพักและการดูแลประจำวันอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ให้บริการที่เดียว โรงแรมแมวจึงช่วยให้จัดการได้สะดวกค่ะ

4. จัดกิจวัตรอาหาร น้ำ และความสะอาดได้เป็นระบบ
การดูแลน้องแมวมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สำคัญ ตั้งแต่เวลาให้อาหาร ปริมาณที่กิน การเติมน้ำ ไปจนถึงการทำความสะอาดกระบะทราย โรงแรมที่รับข้อมูลของน้องอย่างละเอียดและส่งต่องานระหว่างพี่เลี้ยงชัดเจนจะช่วยให้การดูแลแต่ละวันเป็นไปตามที่ตกลงไว้
ก่อนฝากแมว คุณพ่อคุณแม่ควรแจ้งอาหารที่น้องกิน ปริมาณต่อมื้อ ทรายที่ใช้ นิสัย และข้อควรระวังเฉพาะตัว พร้อมสอบถามว่าทีมงานติดตามเรื่องการกินและการขับถ่ายอย่างไร
สำหรับการเดินทางหลายวัน การมีทีมรับผิดชอบกิจวัตรเหล่านี้อยู่ในสถานที่เดียวกันเป็นความสะดวกที่ช่วยลดเรื่องที่เจ้าของต้องคอยจัดการจากระยะไกลค่ะ
5. มีอาหารแมวและทรายแมวสำรองได้ หากโรงแรมมี Pet Shop
อีกหนึ่งเรื่องที่เจ้าของหลายคนกังวลเมื่อฝากแมวหลายวันคือ “ถ้าอาหารหรือทรายแมวที่เตรียมมาไม่พอจะทำอย่างไร?” โดยเฉพาะทริปที่ต้องเดินทางต่างประเทศ หรือมีการเปลี่ยนแผนจนต้องฝากน้องนานกว่ากำหนด
หากโรงแรมแมวมีบริการจำหน่ายอาหารแมว ทรายแมว และของใช้จำเป็น ก็สามารถช่วยลดความยุ่งยากในสถานการณ์นี้ได้ค่ะ เมื่ออาหารหรือทรายใกล้หมด ทีมงานสามารถแจ้งเจ้าของ ตรวจสอบสินค้าที่น้องใช้ประจำ และช่วยจัดหาเพิ่มเติมได้ตามที่ตกลงกัน โดยไม่จำเป็นต้องให้เจ้าของรีบหาซื้อของจากระยะไกลหรือประสานงานหลายต่อ
ที่ Everyday Cat Hotel เรามี Pet Shop ให้บริการภายในโรงแรม จำหน่ายอาหารแมว ทรายแมว และของใช้จำเป็นที่คัดเลือกจากประสบการณ์ดูแลแมวจริง คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามสินค้าและค่าใช้จ่ายกับทีมงานได้ก่อนเข้าพัก หากเตรียมของมาไม่สะดวกหรือของที่นำมาใกล้หมด ทีมงานสามารถช่วยดูแลเรื่องการจัดซื้อเพิ่มเติมได้ค่ะ
สำหรับ Cat Sitter ก็สามารถช่วยซื้ออาหารหรือทรายเพิ่มเติมได้เช่นกัน แต่ควรตกลงไว้ล่วงหน้าว่าใครเป็นผู้จัดซื้อ มีงบประมาณเท่าไร และสามารถเดินทางไปร้านค้าได้หรือไม่ หากผู้ดูแลรับงานหลายบ้านหรือไม่ได้อยู่ประจำ การจัดซื้อเพิ่มเติมอาจต้องประสานเวลาและค่าเดินทางเพิ่มขึ้น

6. ติดตามน้องได้สะดวกผ่านภาพอัปเดตและกล้องในห้องพัก
โรงแรมแมวที่มีบริการส่งภาพหรือวิดีโอเป็นประจำช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าน้องใช้ชีวิตอย่างไรระหว่างเข้าพัก หากมีบริการกล้อง CCTV ในห้องพักด้วย ก็สามารถเปิดดูน้องได้ตามเงื่อนไขของบริการ
ที่ Everyday Cat Hotel มีบริการห้องพักส่วนตัว กล้องวงจรปิด และการส่งภาพหรือวิดีโออัปเดตเจ้าของเป็นประจำ ทำให้คุณพ่อคุณแม่ติดตามน้องระหว่างเดินทางได้สะดวก [3]
Cat Sitter สามารถส่งภาพอัปเดตได้เช่นกันค่ะ จุดที่ควรเปรียบเทียบคือความถี่ในการรายงาน ช่องทางติดต่อ และใครจะเข้าดูแลน้องเมื่อคุณพบสิ่งที่กังวลจากภาพกล้อง

7. ไม่ต้องเปิดบ้านให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้ชีวิต
ความเป็นส่วนตัวของบ้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เจ้าของควรนำมาพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางหลายวันและเลือกจ้าง Cat Sitter แบบค้างคืน เพราะการจ้างผู้ดูแลในลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงการให้ใครสักคนมาให้อาหารแมว แต่หมายถึงการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้ชีวิตภายในบ้านของเราด้วย
แม้น้องแมวจะไม่ต้องปรับตัวกับสถานที่ใหม่ แต่เจ้าของบ้านและผู้ดูแลกลับต้องปรับตัวเข้าหากันในหลายเรื่อง เช่น
การเข้า–ออกบ้าน: ต้องส่งมอบกุญแจ คีย์การ์ด รหัสประตู หรือสิทธิ์เข้าอาคาร พร้อมอธิบายวิธีล็อกประตู ระบบกันขโมย และข้อควรระวังไม่ให้น้องแมวหลุดออกไป
พื้นที่พักผ่อนและที่นอน: หากจ้างแบบค้างคืน ต้องกำหนดว่าผู้ดูแลจะนอนห้องไหน ใช้เตียงหรือเครื่องนอนใด และมีพื้นที่ส่วนใดที่ไม่อนุญาตให้เข้า
อาหารและการใช้ครัว: ต้องตกลงว่าผู้ดูแลสามารถใช้ตู้เย็น ไมโครเวฟ หรืออุปกรณ์ครัวได้หรือไม่ จะซื้ออาหารจากที่ไหน และสามารถนำอาหารเข้ามารับประทานในบ้านได้เพียงใด
ห้องน้ำและของใช้ส่วนตัว: ต้องจัดเตรียมห้องน้ำ ผ้าเช็ดตัว หรือของใช้ที่จำเป็นตามขอบเขตการเข้าพัก
จานชามและการทำความสะอาด: ต้องอธิบายว่าจานชามใช้ชุดไหน ล้างที่ใด ขยะทิ้งอย่างไร และอุปกรณ์ทำความสะอาดเก็บไว้ตรงไหน
พฤติกรรมและขอบเขตการใช้บ้าน: ควรตกลงเรื่องการพาแขกเข้าบ้าน การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การเปิดแอร์ การสูบบุหรี่ การถ่ายภาพภายในบ้าน และพื้นที่ที่ควรสงวนความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้วก็เป็นภาระการเตรียมงานเพิ่มเติมสำหรับเจ้าของ โดยเฉพาะบ้านที่มีระบบรักษาความปลอดภัยซับซ้อน มีทรัพย์สินมีค่า หรือมีข้อกำหนดของคอนโดมิเนียมเกี่ยวกับบุคคลภายนอก
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความไว้วางใจที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่น ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ของสูญหาย หรือพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อให้บุคคลภายนอกเข้าถึงบ้าน ไม่ได้หมายความว่า Cat Sitter จะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่เจ้าของควรตรวจสอบประวัติ ขอข้อมูลอ้างอิง ทำข้อตกลงให้ชัดเจน และพิจารณาความคุ้มครองหรือประกันของผู้ให้บริการก่อนมอบกุญแจ
การฝากแมวที่โรงแรมช่วยตัดขั้นตอนเหล่านี้ออกไปได้มาก เพราะเจ้าของไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมพื้นที่พักอาศัยให้ผู้ดูแล ไม่ต้องเปิดเผยวิธีเข้า–ออกบ้าน และไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้พื้นที่ส่วนตัวระหว่างเดินทาง เพียงเตรียมของน้องและส่งมอบข้อมูลการดูแลให้ทีมงานที่โรงแรมตามนัดค่ะ

8. เห็นขอบเขตบริการและประเมินความคุ้มค่าได้ชัดเจน
เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย ควรดูยอดรวมตลอดทริปและบริการที่ได้รับค่ะ เช่น Cat Sitter คิดค่าดูแลตามจำนวนรอบหรือชั่วโมงหรือไม่ มีค่าเดินทาง ค่าแมวเพิ่มเติม หรือค่าใช้จ่ายสำหรับการค้างคืนหรือเปล่า ส่วนโรงแรมแมวรวมบริการอะไรไว้ในค่าห้อง และมีค่าอาหาร ทราย หรือบริการเสริมเท่าไร
หากต้องการ Cat Sitter แบบค้างคืน ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายร่วมกับขอบเขตเวลาที่ผู้ดูแลอยู่จริง รวมถึงความสะดวกในการเตรียมบ้านและการจัดการกรณีผู้ดูแลไม่สามารถมาทำงานได้
ในทางกลับกัน หากคุณต้องการทั้งห้องพัก การจัดอาหาร การทำความสะอาด การอัปเดต และพี่เลี้ยงประจำสถานที่ โรงแรมที่ระบุบริการครบและชัดเจนย่อมเป็นตัวเลือกที่น่านำมาเปรียบเทียบในภาพรวม โดยเฉพาะโรงแรมที่มีบริการเสริมอย่าง Pet Shop หรือการรับ–ส่งน้องแมว ซึ่งช่วยให้จัดการหลายเรื่องผ่านผู้ให้บริการเดียวได้
ความคุ้มค่าจึงขึ้นอยู่กับจำนวนแมว ระยะเวลาที่ฝาก และระดับการดูแลที่ต้องการ สำหรับเจ้าของที่อยากให้ทีมเดียวช่วยดูแลเรื่องหลัก ๆ ระหว่างทริป ความสะดวกส่วนนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้โรงแรมแมวน่าสนใจค่ะ
แล้วน้องแมวจะเครียดเมื่อไปอยู่โรงแรมไหม?
เรื่องนี้ควรพิจารณาตามนิสัยของน้องค่ะ แมวบางตัวปรับตัวกับสถานที่ใหม่ได้ดี ขณะที่แมวขี้กลัวหรือไวต่อความเปลี่ยนแปลงอาจสบายใจกว่าเมื่ออยู่บ้านกับผู้ดูแลที่ไว้ใจได้
อย่างไรก็ตาม การอยู่บ้านเดิมไม่ได้หมายความว่าน้องจะไม่มีความเครียดเสมอไป เพราะน้องอาจต้องปรับตัวกับผู้ดูแลคนใหม่ ตารางเวลาใหม่ หรือการอยู่ตามลำพังนานกว่าปกติ ขณะที่โรงแรมแมวที่มีห้องพักส่วนตัวและพี่เลี้ยงดูแลอย่างเหมาะสมก็สามารถช่วยให้น้องค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ใหม่ได้
หากเลือกฝากโรงแรม การนำอาหารเดิม ผ้าหรือที่นอนที่มีกลิ่นคุ้นเคย และของเล่นที่ปลอดภัยติดไปด้วย รวมถึงให้เวลาน้องปรับตัว สามารถช่วยให้น้องรู้สึกคุ้นเคยกับการเข้าพักมากขึ้นได้
อีกเรื่องที่ควรใส่ใจคือ โรงแรมมีแมวจากหลายครอบครัว จึงควรเลือกสถานที่ที่แยกห้องและแยกการออกมาเล่น มีเกณฑ์รับเข้าพักด้านสุขภาพ และมีการทำความสะอาดชัดเจน หากน้องมีโรคประจำตัวหรือต้องดูแลเป็นพิเศษ ควรแจ้งผู้ให้บริการล่วงหน้า
สำหรับน้องที่เคยปรับตัวกับการฝากพักได้ดี และเจ้าของต้องการผู้ดูแลอยู่ในสถานที่ โรงแรมแมวก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งน้องและคุณพ่อคุณแม่ได้ค่ะ
เลือกฝากแมวที่ Everyday Cat Hotel
หากกำลังมองหา โรงแรมแมวกรุงเทพฯ ย่านสีลม–บางรัก ใกล้สาทรและสี่พระยา Everyday Cat Hotel พร้อมดูแลน้องแมวทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
ด้วยประสบการณ์ดูแลน้องแมวมากกว่า 1,000 ตัว และคะแนนรีวิว Google 5/5 เราให้ความสำคัญกับรายละเอียดของน้องแต่ละบ้าน พร้อมบริการที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เดินทางได้สบายใจค่ะ
ห้องพักส่วนตัวหลายขนาด เลือกให้เหมาะกับจำนวนและความต้องการของน้อง
มีพี่เลี้ยงอยู่ดูแลตลอด พร้อมดูแลกิจวัตรตามรอบของโรงแรม
ห้องแอร์และเครื่องฟอกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายระหว่างเข้าพัก
บริการกล้อง CCTV ภายในห้องพัก เปิดดูภาพสดผ่านแอปได้
ส่งภาพและวิดีโออัปเดตเป็นประจำ ให้คุณพ่อคุณแม่ติดตามน้องระหว่างเดินทาง
จัดรอบออกมาเล่นแยกตามครอบครัว โดยไม่ปล่อยรวมกับแมวต่างบ้าน
มี Pet Shop ภายในโรงแรม สามารถสอบถามและจัดซื้ออาหารแมว ทรายแมว หรือของใช้จำเป็นเพิ่มเติมได้
หากพี่เลี้ยงสังเกตเห็นอาการผิดปกติ ทีมงานจะแจ้งคุณพ่อคุณแม่และประสานเรื่องการพาน้องไปพบสัตวแพทย์ โดยสามารถแจ้งข้อมูลสุขภาพและช่องทางติดต่อไว้ก่อนเข้าพักได้ค่ะ
เลือกการดูแลที่ทำให้คุณเดินทางได้สบายใจ
เมื่อพิจารณาทั้งความน่าเชื่อถือ ทีมดูแล พื้นที่พัก กิจวัตรประจำวัน อาหารและทรายสำรอง รวมถึงความเป็นส่วนตัวของบ้าน โรงแรมแมวที่มีมาตรฐานและพี่เลี้ยงประจำเป็นตัวเลือกที่เราแนะนำสำหรับเจ้าของที่เดินทางหลายวัน โดยเฉพาะเมื่อน้องแมวสามารถปรับตัวกับการฝากพักได้
Cat Sitter ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับแมวบางตัว โดยเฉพาะน้องที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงและมีผู้ดูแลที่เจ้าของรู้จักหรือไว้วางใจอยู่แล้ว แต่สำหรับเจ้าของที่ต้องการให้การดูแลทั้งหมดอยู่ในสถานที่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ มีรีวิวให้ตรวจสอบ และไม่ต้องจัดเตรียมบ้านให้บุคคลภายนอกเข้ามาพักอาศัย โรงแรมแมวจึงตอบโจทย์ได้ครบกว่าในหลายด้านค่ะ
หากกำลังวางแผนเดินทาง ทักมาพูดคุยกับ Everyday Cat Hotel ได้เลยค่ะ แจ้งวันที่ต้องการฝาก จำนวนแมว อายุ และนิสัยของน้อง ทีมงานยินดีแนะนำห้องพัก พร้อมแจ้งราคาและรายละเอียดบริการก่อนยืนยันการจอง
สอบถามห้องว่างและจองโรงแรมแมวผ่าน LINE ค่ะ






